Marketing

Statement of strategic direction

 Burke เชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรนั้นเกิดจากการบริหารงานแบบ decentralize การยึดมั่นใน Credo การให้ความสำคัญกับแผนการบริหารงานในระยะยาว และหลักการต่างๆดังนี้
- ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการเป็นผู้รับบทบาทในการเป็นผู้นำในทุกๆด้านเพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ
- การบริหารงานจะต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเสมอ umbrella company ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาตลาดท้องถิ่นโดยมีการกำหนดราคาที่เหมาะสม
- องค์กรจะต้องรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ การวิจัยและพัฒนาต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การเติบโตขององค์กรนั้นขึ้นอยู่กับรายได้ที่ได้รับ ดังนั้น องค์กรจะต้องทำกำไรให้ได้มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตขององค์กร
- องค์กรจะสนับสนุนบุคคลที่สามารถเข้ามาบริหารงานขององค์กรในอนาคต โดยการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเขาเหล่านั้น

 

 

แผนการระยะสั้น
นอกเหนือจากแผนกลยุทธ์แล้ว บริษัทย่อยยังต้องมีแผนดำเนินการ ระยะเวลา 2 ปี เป็นแผนที่จะลงในรายละเอียด เช่น นโยบายต่างๆ งบประมาณของปีต่อไป เป็นต้น โดย บริษัทใหญ่จะไม่เข้าไปตรวจสอบในรายละเอียด ให้บริษัทย่อยวางแผนการลงทุนระยะสั้นนี้ด้วยตนเอง 
 

———————————————————

Marketing plan

 

Johnson & Johnson ชูแคมเปญ Acuvue Advance เจาะตลาดสาววัยรุ่น

 

จอห์นสัน & จอห์นสัน (J&J) วางแผนจะทำการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์คอนแท็ค เลนส์ใหม่ ‘Acuvue® Advance” ในหมู่กลุ่มเป้าหมายหลักซึ่งเป็นเด็กสาวญี่ปุ่นในช่วงวัย 13-19 ปี โดยเลือก Microsoft Digital Advertising Solutions มาเป็นพันธมิตรเพื่อช่วยเผยแพร่แคมเปญออนไลน์และร่วมเปิดตัวเว็บไซต์ ‘Advance Gakuen’ (โรงเรียน) สำหรับแคมเปญ เว็บดังกล่าวมาพร้อมเนื้อหาและคำแนะนำเกี่ยวกับความรัก เครื่องสำอางและแฟชั่น แถมยังมีลูกเล่นเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเว็บได้ฝากข้อความหรือข้อมูลน่าอ่านไว้บนหน้าเว็บด้วย หลังแคมเปญนี้บุกสู่ตลาด J&J สามารถเพิ่มอัตราการตระหนักรู้ในตราสินค้าได้อย่างท่วมท้นและสามารถเชิญชวนให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรับผลิตภัณฑ์ไปทดลองใช้หลายต่อหลายราย  

 

สิ่งที่ท้าทาย

หลังจากเปิดตัวคอนแท็ค เลนส์ใหม่ ‘Acuvue Advance’ ในตลาดญี่ปุ่นในช่วงต้นเดือนมีนาคม ปี 2007 จอห์นสัน & จอห์นสัน (J&J) ต้องการจะให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นเด็กสาวในวัย 13 – 19 ปีมีความตระหนักรู้ในตราสินค้า รวมถึง ความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

 

J&J ต้องการเจาะตลาดผู้ที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์มาก่อนเป็นพิเศษจึงเน้นว่าผู้รับสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จะต้องมีมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นอกจากนี้แล้ว J&J ยังหวังจะมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายในระดับบุคคลให้มากยิ่งขึ้นและต้องการให้มีการส่งต่อข้อมูลผลิตภัณฑ์กันเป็นทอด ๆ ให้มากที่สุด

 

องค์ประกอบสำคัญของแคมเปญนี้จึงอยู่ที่เว็บไซต์ ‘Advance Gakuen’ ที่ทาง J&J สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้มาชมได้แปะข้อความของตัวเองไว้บนหน้าเว็บ ซึ่งปรากฎว่าช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้มาชมรายอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์หลักของแคมเปญนี้ คือ การสร้างตรา Acuvue Advance และกระตุ้นให้มีการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

 

ภาพรวมของแคมเปญ

J&J ทำงานร่วมกับ Microsoft Digital Advertising Solutions ในการจัดทำแคมเปญความยาว 6 เดือนดังกล่าวขึ้น ซึ่งโฆษณาที่เผยแพร่อยู่บนหน้าเว็บไซต์ของ MSN® Homepage และช่องข้อมูลอื่น ๆ ของ MSN อาทิ หน้าข่าว กีฬา บันเทิง ดูดวงหรือแม้แต่เครือข่ายบริการ  Windows Live™ Messenger และ Windows Live Hotmail® ล้วนมีส่วนช่วยดึงดูดให้ผู้รับสารแวะไปชมเว็บไซค์แคมเปญ Advance Gakuen ซึ่งไม่ได้มีแต่ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Acuvue Advance หรือข้อแนะนำในการใช้คอนแท็ต เลนส์เท่านั้น หากแต่ยังมีเนื้อหาน่าอ่านเกี่ยวกับแฟชั่นและความรักแถมให้เพียบโดยผู้แวะเข้ามาชมเว็บไซต์สามารถรับคำปรึกษาปัญหาหัวใจ เครื่องสำอางหรือแฟชั่นก็ได้ เว็บพิเศษนี้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม ปี 2007 ภายใต้คำขวัญโดนใจว่า ‘New Me, Begins’ (“ฉันคนใหม่ ได้เวลาเริ่ม”) ทั้งนี้ เว็บนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ จึงสามารถเรียกอ่านและใช้งานได้ผ่านจากทั้งทางหน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรศัพท์มือถือซึ่งกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้แคมเปญนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี 

 

ก่อนหน้าที่จะเปิดตัวเว็บไซต์ ไมโครซอฟท์ได้ทำการวิจัยล่วงหน้ามาแล้วเพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มหญิงสาววัยรุ่นให้มากยิ่งขึ้นว่าแท้ที่จริงแล้วพวกเธอสนใจเรื่องอะไร โดยข้อมูลวิจัยได้ถูกนำมาใช้ออกแบบเนื้อหาเว็บไซต์อย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น “ห้องสนทนาฟ้าสีคราม” ในเว็บนั้นถูกสร้างขึ้นเพราะงานวิจัยพบว่าสาว ๆ น่ะชอบพูดถึงเรื่องเพศตรงข้าม

 

นอกจากนี้แล้ว เว็บไซต์ยังเปิดโอกาสให้ผู้เช้าชมลงทะเบียนเรียน “หลักสูตร” ต่าง ๆ หรือแม้แต่ลงทะเบียนขอรับของขวัญของกำนัล ตลอดจนแม็กกาซีนออนไลน์ผ่านทางเว็บได้ด้วย ที่สำคัญ ผู้มาเยือนเว็บยังสามารถส่งที่อยู่ URL ต่อไปให้เพื่อน ๆ ดูเนื้อหาที่ตนเองชื่นชอบซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้ามาชมเว็บได้เป็นอย่างดี จุดดึงดูดอีกอย่าง คือ J&J จัดประกวดเรื่อง รูปและภาพยนตร์ที่ผู้ใช้สร้างเองด้วย หากใครชนะก็มีโอกาสได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเพลงที่นักร้องป็อบชื่อดัง “Ai Kawashima” นำไปร้อง ซึ่งเพลงหลักของแคมเปญชื่อ ‘Rainbow – New Me, Begins’ ได้รับการเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม

 

 

 

Photobucket

ผลสำเร็จเด่นชัด

แคมเปญของ J&J ประสบความสำเร็จในการตอบสนองวัตถุประสงค์ทางการตลาดอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากการที่ผู้ตอบแบบสอบถามที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแคมเปญจะมีระดับการตระหนักรู้ในตราสินค้า มีความตั้งใจทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ มีความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์และมีแนวโน้มที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ให้แก่เพื่อน ๆ มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์มาก่อนอยู่มาก

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบว่าผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ Advance Gakuen เห็นว่าเนื้อหาของเว็บดี โดยร้อยละ 40 – ร้อยละ 60 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าเนื้อหาในเว็บนั้นอยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก” หรือ “ดี” และพวกเธอก็แวะเข้ามาชมเว็บเป็นประจำ ผลวิจัยที่สำคัญอีกประการ คือ “การบอกปากต่อปาก” เพราะนี่กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าสู่เว็บไซต์มีจำนวนมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้แถมยังช่วยเพิ่มยอดความตั้งใจทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือซื้อผลิตภัณฑ์ให้มากยิ่งขึ้น

 

ผู้ตอบแบบสอบถามยังบอกด้วยว่าแคมเปญ Advance Gakuen ในเว็บไซต์นั้น “มีเอกลักษณ์” “สวย” “น่าสนใจ” และ “สร้างผลกระทบได้” ซึ่งการตอบสนองดังกล่าวชี้ชัดว่าแคมเปญได้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการแล้ว

 

วิเคราะห์ปิดท้าย 

J&J เข้าถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาสาวได้อย่างประสบความสำเร็จเพราะใช้เครือข่ายของ MSN และ Windows Live ซึ่งช่วยเลือกแสดงโฆษณาต่อกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ ยิ่งแคมเปญนี้สามารถใช้งานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็ได้ด้วยแล้ว การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็ยิ่งทำได้ดียิ่งขึ้น พอมีลูกเล่นของการส่งข้อมูลต่อเป็นทอด ๆ เช่น URL มาเสริม ความสนใจในคอนเท็คเลนส์ Acuvue Advance จึงยิ่งเพิ่มสูง เรียกได้ว่า J&J สามารถสร้างความตระหนักรู้ในตราสินค้าได้ในระดับสูงสำหรับแคมเปญดังกล่าว

 

 

ข้อมูลและตัวเลขน่ารู้

ร้อยละ 68 ของผู้ที่เคยเห็นแคมเปญมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับ Acuvue Advance (ตัวเลขการตระหนักรู้ในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยเห็นแคมเปญจะอยู่ที่ร้อยละ 51 เท่านั้น)

   ความตั้งใจซื้อในหมู่ผู้ที่เคยเห็นแคมเปญจะสูงกว่าถึง 2 เท่า

   ร้อยละ 53 ของผู้ที่เคยเห็นแคมเปญตั้งใจจะแนะนำAcuvue Advance ให้เพื่อน (ตัวเลขผู้ที่จะแนะนำในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยเห็นแคมเปญจะอยู่ที่ร้อยละ 35 เท่านั้น).

   ร้อยละ 40 – 60 ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ ‘Advance Gakuen’ นั้นอยู่ในเกณฑ์ ดีมากหรือ ดี

 ——————————————————————

จอห์นสัน เบบี้ จาก”เด็ก”สู่”ผู้ใหญ่” แล้วไป”ครอบครัว”

ถึงแม้ว่า จอห์นสัน เบบี้ โลชั่น จะเป็นผู้นำในตลาดเบบี้โลชั่น ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 76 % แต่ทำไม บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด จึงต้องแนะนำ จอห์นสัน เบบี้ ซอฟท์โลชั่น เพื่อจับตลาดผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว

………………………………………………………

ผู้ใหญ่ 70 % ใช้เบบี้ โลชั่น

@ เนื่องจากผลจากการวิจัยตลาด พบว่า 70 % ของผู้ใช้จอห์นสัน เบบี้ โลชั่น เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ เพราะพวกเขาเชื่อว่าผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเป็นสินค้าที่ปลอดภัยสูง

@ อีกปัจจัยก็คือ ผิวเนียนนุ่มเหมือนผิวเด็กถือว่าเป็นผิวในอุดมคติของหญิงไทย มากกว่าผิวขาว หรือผิวที่ไม่มีริ้วรอย และปัจจัยนี้เองที่ทำให้กลุ่มผู้ใหญ่กลายเป็นผู้ใช้หลักของ จอห์นสัน เบบี้ โลชั่น

…………………………………………………….

สู้ในตลาดโลชั่น 2,800 ล้านบาท

@ การตัดสินใจรุกเข้าสู่ตลาดโลชั่นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวของ จอห์นสัน เบบี้ ครั้งนี้ยังเนื่องมาจากขนาดของตลาดโลชั่นสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่ง 90 % ของตลาดโลชั่นรวมมูลค่า 2,800 ล้านบาท

@ นอกจากเป็นตลาดใหญ่แล้ว ยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงด้วย โดยการแข่งขันที่รุนแรงในปีนี้คาดว่าจะทำให้ตลาดเติบโตขึ้นอีก 15 %

                @ ขณะที่ตลาดโลชั่นสำหรับเด็กมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 10 % เท่านั้นและเติบโตไม่มากนัก เพราะอัตราการเกิดของเด็กที่ลดต่ำลง

………………………………………………………….

ขายผิวเด็กในตลาดผู้ใหญ่

@ เพราะฉะนั้นแม้ว่าที่ผ่านมา จอห์นสัน เบบี้ จะเคยรุกตลาดผู้ใหญ่มาแล้ว เห็นได้จากสโลแกนที่เคยใช้ว่า “ดีที่สุดสำหรับทารก ดีที่สุดสำหรับผิวคุณ” (Best for Baby, Best for You) ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นประเด็นเรื่องผ่านการทดสอบว่าอ่อนละมุน

@ ในการแนะนำจอห์นสัน เบบี้ ซอฟท์โลชั่นเข้าสู่ตลาดครั้งนี้ จอห์นสัน ได้กลับมาสื่อสารกับกลุ่มผู้หญิงอายุ 18 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักอีกครั้งว่า “ผิวนุ่มราวกับผิวลูกน้อย“ โดยจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 80 ล้านบาทในการทำโฆษณาและทำกิจกรรมการตลาดเพื่อผลักดันสินค้าตัวนี้

……………………………………………………………………….

ผู้ใหญ่ เป้าหมายของ จอห์นสัน เบบี้

@ จอห์นสัน เบบี้ ซอฟท์โลชั่น ถือว่าเป็นสินค้าตัวที่ 3 ในรอบปีนี้ของ จอห์นสัน เบบี้ ที่เข้าสู่ตลาด โดยมีผู้ใหญ่เป็นเป้าหมายหลัก โดยก่อนหน้านี้ จอห์นสัน ได้แนะนำแป้งเด็กจอห์นสัน สูตรผสมมิลค์โปรตีน และสบู่เหลว จอห์นสัน เบบี้ ซอฟท์ วอช เข้าสู่ตลาดมาแล้ว ด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างกันนักนั่นคือ ผู้ใหญ่นิยมใช้แป้งเด็ก และสบู่เหลวสำหรับเด็กอยู่ในเกณฑ์ที่สูง คือ 85 % และ 70 % ตามลำดับ

@ และความสำเร็จจากการทำตลาด จอห์นสัน เบบี้ ซอฟท์ วอช ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งตลาดของจอห์นสัน เบบี้บาธ เพิ่มขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดครีมอาบน้ำในรอบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยังทำให้จอห์นสัน เบบี้ เชื่อมั่นกับกลยุทธ์นี้มากขึ้น

@ ก้าวรุกของ จอห์นสัน เบบี้ จึงจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่จะกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ จอห์นสัน เบบี้ จะใช้ในการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อนำ Brand Equity ของจอห์นสัน เบบี้ ที่ได้รับความเชื่อถือจากคุณแม่ว่าปลอดภัยสำหรับลูกน้อยมาต่อยอด เพื่อผลักดันให้ จอห์นสัน เบบี้ กลายเป็นแบรนด์สำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่ง จอห์นสัน เบบี้ ได้ทำมาแล้วในตลาดที่พัฒนา

@ และสำหรับเมืองไทย จอห์นสัน เบบี้ จะเริ่มก้าวรุกไปสู่กลุ่มคุณแม่ที่ยังมีลูกเล็ก ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความคุ้นเคยกับแบรนด์ดีอยู่แล้ว ก่อนที่จะขยายไปสู่ผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่มีความคุ้นเคยหรือใกล้ชิดกับแบรนด์นัก อย่างไรก็ดี กลุ่มคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ถือเป็นกลุ่มที่จอห์นสัน เบบี้ ให้ความสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้คุณแม่ก้าวเข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน เบบี้ กับตัวเองต่อไปได้ไม่ยาก อย่างที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

………………………………………………………………………..

ตั้งเป้าเป็นที่ 3

@ สำหรับตลาดโลชั่น แม้ว่าปัจจุบัน จอห์นสัน เบบี้ โลชั่น จะเป็นเจ้าตลาดโลชั่นสำหรับเด็กด้วยส่วนแบ่งตลาด 76 % แต่สำหรับตลาดโลชั่นรวมแล้ว จอห์นสัน เบบี้ มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 7 % เท่านั้น เป็นที่ 4 รองจาก วาสลีน นีเวีย และซิตร้า

@ แต่ จอห์นสัน เบบี้ มั่นใจว่า การแนะนำจอห์นสัน เบบี้ ซอฟท์โลชั่นครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 10 % ภายใน 1 ปี และจะทำให้ จอห์นสัน เบบี้ ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในตลาดโลชั่นรวม

……………………………………………………………………….

ซิตร้า กำลังกลับมาทวงแชมป์

@ เป้าหมายที่จะขึ้นเป็นอันดับ 3 ในตลาดรวมของ จอห์นสัน เบบี้ โลชั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะตลาดโลชั่นเป็นตลาดหนึ่งที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกตลาดอย่างหนักของ ซิตร้า ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดในปัจจุบัน

@ โดยเป้าหมายสำคัญของ ซิตร้า ไม่ใช่การปกป้องตำแหน่งที่ 3 แต่เป็นการแย่งแชมป์จาก วาสลีน คู่แข่งจากค่ายยูนิลีเวอร์ฯ เช่นกันกลับคืนมาให้ได้ หลังจากพลาดท่าเสียทีไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

@ ความเคลื่อนไหวของ ซิตร้า จึงมีให้เห็นกันตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา เริ่มจากการปรับเปลี่ยนรูปโฉมของบรรจุภัณฑ์ ปรับสูตรและเพิ่มส่วนผสมบางอย่างเข้าไป เพื่อทำให้สินค้ามีความทันสมัยและสดใสขึ้น รวมทั้งการโฆษณาที่มีให้เห็นกันถี่ยิบจากเม็ดเงินที่เตรียมไว้ 200 ล้านบาท

@ ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดของ ซิตร้า เพิ่มขึ้น 2-3 % ซึ่งจะกลับมาเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด 26 % แทนที่ วาสลีน ซึ่งมีส่วนแบ่ง 24 % (เป็นตัวเลขเมื่อตอนต้นปี) ขณะที่ นีเวีย มีส่วนแบ่งตลาด 23 % ใกล้เคียงกับ ซิตร้าในปัจจุบัน

…………………………………………………………….

ข้อจำกัดของ จอห์นสัน เบบี้

@ แม้ว่า จอห์นสัน เบบี้ จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าที่มีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นสินค้าที่ใช้ได้กับผิวเด็ก แต่การรุกตลาดผู้ใหญ่ภายใต้แบรนด์ จอห์นสัน เบบี้ ก็น่าจะมีข้อจำกัดอยู่พอสมควร

@ เนื่องจาก Brand Equity สำคัญของจอห์นสัน เบบี้ คือเป็นสินค้าที่เหมาะกับผิวเด็ก เพราะฉะนั้นการออกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวเด็ก ก็เลยกลายเป็นข้อจำกัดของแบรนด์นี้ไปด้วย อย่างในตลาดโลชั่น ซึ่งปัจจุบันโลชั่นเพื่อผิวขาวเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่ที่สุด แต่ จอห์นสัน เบบี้ ก็ไม่กล้าโดดเข้ามาในตลาดนี้ เพราะเป็นเซ็กเมนต์ที่ไม่เหมาะกับผิวเด็กนั่นเอง และนี่ก็อาจจะเป็นอุปสรรคของจอห์นสัน เบบี้ ในการขึ้นมาเป็นเบอร์ 3 ในตลาดโลชั่นด้วย

 

………………………………………………………………………..

Illustrated by Number

สัดส่วนตลาดโลชั่นบำรุงผิว มูลค่า 3,000 ล้านบาท

โลชั่นเพื่อผิวขาว                   52%

โลชั่นบำรุงผิวทั่วไป             40%

โลชั่นแบบแอดวานซ์เบเนฟิต เช่น ลดริ้วรอย เฟิร์มมิ่งครีม 8%

ที่มา : ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง

 

ส่วนแบ่งในตลาดโลชั่นบำรุงผิว

วาสลีน    24 %

นีเวีย       23 %

ซิตร้า       23 %

อื่น ๆ       30 %

ที่มา : ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง

 

สัดส่วนในตลาดโลชั่น 2,800 ลบ.

โลชั่นสำหรับเด็ก                  280 ล้านบาท

โลชั่นสำหรับผู้ใหญ่              2,520 ล้านบาท

ที่มา : จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

 

ส่วนแบ่งในตลาดเบบี้ โลชั่น

จอห์นสัน เบบี้       76 %

อื่น ๆ                       24 %

                ที่มา : จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

 

 

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: